แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 8
1
การจัดฟันเด็กมีข้อเสียบ้างหรือไม่

การจัดฟันในเด็กมีประโยชน์มากมายในการแก้ไขปัญหาการเรียงตัวของฟันและขากรรไกรตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ก็มีข้อเสียและข้อควรพิจารณาบางอย่างที่คุณพ่อคุณแม่ควรทราบ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือได้อย่างถูกต้องค่ะ

1. ความไม่สบายตัวและผลข้างเคียง

ในช่วงแรกของการจัดฟัน เด็กอาจรู้สึกไม่สบายตัวหรือมีอาการปวดเล็กน้อย เนื่องจากเครื่องมือจัดฟันกำลังออกแรงดันเพื่อเคลื่อนฟันและปรับโครงสร้าง นอกจากนี้ ยังอาจมีอาการระคายเคืองในช่องปากจากเครื่องมือได้ ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะหายไปเองเมื่อเด็กเริ่มคุ้นชิน


2. ความเสี่ยงด้านสุขภาพช่องปาก

หากดูแลความสะอาดไม่ดีพอ การจัดฟันอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปัญหาตามมาได้

ฟันผุ: เครื่องมือจัดฟันอาจทำให้เศษอาหารติดค้างได้ง่าย หากแปรงฟันไม่สะอาดพอ อาจทำให้เกิดฟันผุได้ง่ายขึ้น

เหงือกอักเสบ: การสะสมของคราบจุลินทรีย์รอบๆ เครื่องมืออาจทำให้เหงือกบวมแดงและเกิดการอักเสบ

การละลายของรากฟัน: ในบางกรณีที่พบน้อยมาก การเคลื่อนฟันอาจส่งผลให้รากฟันสั้นลงได้เล็กน้อย ซึ่งทันตแพทย์จะทำการตรวจเช็กอย่างสม่ำเสมอ


3. ความท้าทายสำหรับเด็กและผู้ปกครอง

วินัยในการรักษา: การจัดฟันต้องอาศัยวินัยและความร่วมมือจากเด็กอย่างมาก โดยเฉพาะการทำความสะอาดฟันและปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์

การเปลี่ยนแปลงทางด้านการกิน: เด็กอาจต้องหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดที่แข็งหรือเหนียว เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องมือเสียหาย

ค่าใช้จ่ายและเวลา: การจัดฟันต้องใช้เวลาในการรักษาค่อนข้างนาน และต้องมาพบทันตแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายและใช้เวลาเดินทางสำหรับผู้ปกครอง

อย่างไรก็ตาม ข้อเสียเหล่านี้สามารถลดความเสี่ยงลงได้อย่างมากด้วยการดูแลรักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัดและปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอค่ะ



2
จัดฟันบางนา: อาหารที่คนจัดฟัน ควรหลีกเลี่ยง

การรับประทานอาหาร ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการดำรงชีวิตของคนเรา ต้องบอกว่าการรับประทานอาหารนั้น ก็มีคนบางกลุ่มที่จะต้องระมัดระวังในเรื่องของการรับประทานอาหารนั่นก็คือ ผู้ที่เข้ารับการจัดฟัน เพราะผู้ที่เข้ารับการจัดฟันส่วนใหญ่มักจะต้องเจอปัญหาในการรับประทานอาหาร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการบดเคี้ยวอาหารที่อาจจะทำได้ไม่สะดวกมากนัก เนื่องจากผู้เข้ารับการจัดฟันนั้น มีเหล็กจัดฟันอยู่ภายในช่องปาก ซึ่งอาจจะทำให้สามารถบดเคี้ยวอาหารได้ยาก และมีข้อจำกัดในการรับประทานอาหาร

นอกจากนี้ จะต้องระมัดระวังในเรื่องของเครื่องมือการจัดฟันที่อาจจะหลุดได้ขณะรับประทานอาหาร ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายมาก หากเราเผลอกลืนเครื่องมือการจัดฟันลงไป ดังนั้น ผู้ที่เข้ารับการจัดฟันจึงต้องระมัดระวังให้มากเป็นพิเศษค่อยๆเคี้ยว ค่อยๆกลืนเพื่อที่จะได้ระมัดระวังในเรื่องของเครื่องมือการจัดฟัน นอกจากนี้อาหารของผู้เข้ารับการจัดฟันนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องเลือกรับประทานให้ถูกวิธีและเหมาะสมมากที่สุด หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า ผู้ที่เข้ารับการจัดฟันนั้นควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีความแข็ง ความเหนียว เพราะอาหารเหล่านี้จะทำให้เครื่องมือการจัดฟันหลุดหรือเกิดการหลวมได้ บางครั้งอาจจะงอจนกระทั่งทำให้เกิดบาดแผลภายในช่องปากได้

และในวันนี้ทางคลินิกเราจะมาพูดถึงอาหารที่ผู้เข้ารับการจัดฟันควรจะหลีกเลี่ยง ซึ่งโดยปกติแล้วสำหรับใครที่เข้ารับการจัดฟันนั้นก็ต้องจะยอมรับว่าในการรับประทานอาหารนั้นมีข้อจำกัดในการรับประทานอาหารมากกว่าคนธรรมดาทั่วไป ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงว่าอาหารอะไรที่ไม่ควรรับประทานเพราะอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพช่องปากและฟันของเราได้ สำหรับอาหารประเภทแรกเลยก็คือ อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าผู้เข้ารับการจัดฟันควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีความแข็ง เหนียว เช่น ถั่ว มันฝรั่ง ข้าวโพดคั่ว ปลาหมึกย่าง เพราะอาหารเหล่านี้ อาจจะทำให้เหล็กจัดฟันเกิดความเสียหายได้ ต่อมาคือ อาหารจำพวก หมากฝรั่ง ลูกอม ที่มีความเหนียว เพราะเมื่อผู้เข้ารับการจัดฟันรับประทานเข้าไปแล้วอาจจะทำให้ติดกับเหล็กและสามารถเอาออกได้ยาก ซึ่งเมื่อเรารับประทานอาหารประเภทนี้เข้าไปแล้วอาจจะทำให้ติดอยู่ในตามซอกเหล็กและเมื่อพยามดึงออก

ถ้าหากไม่ระวังก็อาจทำให้เหล็กของเราหลุดออกมาพร้อมกับอาหารได้ ต่อมาก็คืออาหารประเภทผัก เช่น ผักคะน้า บล็อกโครี่ แครอท ที่ยังไม่ผ่าน กระบวนการทำให้สุกเพราะอาหารที่กล่าวมานั้น อาจจะทำให้ติดอยู่ในซอกเหล็กจัดฟันได้ แต่ถ้าหากอยากรับประทานแนะนำให้ปรุงสุกจนผักนิ่มแล้วค่อยรับประทานจะดีกว่า ต่อมาคือผลไม้ที่มีเนื้อกรอบหรือแข็ง ต้องบอกว่าผลไม้นั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่หากผู้ที่เข้ารับการจัดฟันก็ควรที่จะระมัดระวังในการรับประทานเช่น ห้ามใช้ฟันกัดที่ผลไม้โดยตรง เพราะอาจทำให้เหล็กจัดฟันของเราเกิดความเสียหายและยังส่งผลไปถึงเรื่องอีกด้วย โดยวิธีที่จะรับประทานผลไม้นั้น คือเราควรหั่นเป็นชิ้นเล็กๆแล้วค่อยรับประทาน เพื่อให้สามารถบดเคี้ยวได้ง่ายขึ้นและไม่เป็นอันตรายต่อเหงือกและเครื่องมือการจัดฟันนั่นเอง

ต่อมาคืออาหารที่ต้องกัดเช่น กระดูกหมู ซี่โครงไก่ ปลาหมึกย่าง อาหารที่มีความเหนียวมากๆ เพราะจะทำให้เหล็กจัดฟันเกิดความเสียหายได้ ซึ่งแนะนำว่าให้ใช้มือแกะเนื้อออกมาก่อนแล้วค่อยรับประทาน หรือควรงดการรับประทานอาหารชนิดนั้นไปเลยก็ได้ ต่อมาพฤติกรรมการเคี้ยวน้ำแข็ง หลายคนชอบรับประทานน้ำแข็งแต่สำหรับผู้ที่เข้ารับการจัดฟันแล้วการเคี้ยวน้ำแข็งอาจจะทำให้เกิดความเสียหายที่เหล็กจัดฟัน ซึ่งหากใครที่ชอบอมน้ำแข็งก็สามารถทำได้หรือให้รับประทานน้ำเย็นแทน

ซึ่งในการรับประทานอาหารของคนที่เข้ารับการจัดฟันถึงแม้ว่าจะรับประทานอาหารได้ไม่หลากหลาย แต่ก็มีข้อดีก็คือจะทำให้เราเลือกรับประทานอาหารมากยิ่งขึ้น นั่นก็ถือว่าเป็นข้อดีทั้งในด้านของสุขภาพช่องปากและฟันและสุขภาพร่างกายของเรา การที่เราเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และเหมาะสมกับร่างกายก็จะช่วยส่งผลดีให้เรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงได้นั่นเอง

3
ภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องให้อาหารสายยาง

ผู้ป่วยในภาวะวิกฤต (Critical Care) มีสภาพร่างกายที่เปราะบางกว่าผู้ป่วยทั่วไป ระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ มักล้มเหลวหรือทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้ภาวะแทรกซ้อนจากการให้อาหารทางสายยางมีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้นครับ

ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) และแนวทางที่ทีมผู้รักษาให้ความสำคัญครับ:

1. ภาวะน้ำตาลในเลือดผิดปกติ (Glycemic Control Issues)

ผู้ป่วยวิกฤตมักมีภาวะดื้อต่ออินซูลินจากความเครียดของร่างกาย (Stress-induced Hyperglycemia)

ภาวะน้ำตาลสูง: การให้อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงหรือให้เร็วเกินไป อาจทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูง ซึ่งขัดขวางการหายของแผลและเพิ่มความเสี่ยงการติดเชื้อ

การเฝ้าระวัง: ใน ICU จะมีการเจาะน้ำตาลปลายนิ้วบ่อยครั้ง (ทุก 1-4 ชั่วโมง) เพื่อปรับอัตราการให้อาหารหรือให้ยาอินซูลินควบคู่ไปด้วย


2. กลุ่มอาการหลังเริ่มให้อาหาร (Refeeding Syndrome)

เกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยที่ขาดสารอาหารมานาน (หรืออดอาหารมาหลายวัน) ได้รับอาหารปริมาณมากในทันที

กลไก: ร่างกายจะหลั่งอินซูลินออกมาอย่างรวดเร็ว ทำให้เกลือแร่ในเลือด (ฟอสฟอรัส, โพแทสเซียม, แมกนีเซียม) ต่ำลงอย่างกะทันหัน

อันตราย: อาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือระบบหายใจล้มเหลว

การป้องกัน: ทีมแพทย์จะเริ่มให้อาหารทีละน้อย (Start Low, Go Slow) และตรวจเลือดเช็กเกลือแร่อย่างใกล้ชิด


3. การสำลักเข้าปอด (Micro-aspiration)

ผู้ป่วยวิกฤตมักใส่เครื่องช่วยหายใจหรือได้รับยากล่อมประสาท ทำให้กลไกการไอและหูรูดหลอดอาหารทำงานได้ไม่ดี

ภาวะสำลักเงียบ (Silent Aspiration): อาหารปริมาณน้อยๆ อาจไหลย้อนเข้าปอดโดยที่ผู้ป่วยไม่แสดงอาการไอ แต่จะส่งผลให้ปอดอักเสบรุนแรงในภายหลัง

การป้องกัน: การใช้เครื่องควบคุมการให้สารอาหาร (Feeding Pump) เพื่อควบคุมความเร็วให้สม่ำเสมอ และการยกหัวเตียงสูงอย่างเคร่งครัด


4. ระบบทางเดินอาหารล้มเหลว (Gastric Intolerance)

การไหลเวียนเลือดไปยังทางเดินอาหารอาจลดลงในผู้ป่วยที่ช็อกหรือได้รับยากระตุ้นความดัน

ปัญหา: กระเพาะและลำไส้ไม่บีบตัว (Ileus) ทำให้เกิดอาหารค้าง ท้องอืดรุนแรง หรือลำไส้ขาดเลือด

การสังเกต: หากดูดเช็กอาหารค้าง (Residual) แล้วเจอสีผิดปกติ (เช่น สีน้ำตาลดำ หรือเขียวเข้มจัด) ต้องรายงานแพทย์ทันที

📊 ตารางสรุป: ข้อแตกต่างของการดูแลผู้ป่วยวิกฤต

ประเด็น   สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
ความเร็ว   มักต้องใช้ Feeding Pump เพื่อความแม่นยำ (ห้ามใช้ไซริงค์เทเร็วๆ)
เกลือแร่   ต้องตรวจเลือดบ่อยครั้ง เพื่อป้องกัน Refeeding Syndrome
ตำแหน่งสาย   มักแนะนำให้ใส่สายลงไปถึง ลำไส้เล็ก (Post-pyloric) หากมีภาวะสำลักสูง
ชนิดอาหาร   มักใช้สูตรเฉพาะโรค (เช่น สูตรสำหรับโรคปอด หรือสูตรเพิ่มภูมิคุ้มกัน)


💡 คำแนะนำ

สำหรับผู้ป่วยในระยะวิกฤต "การขยับตัว" อาจทำได้จำกัด แต่การจัดท่าหัวสูงยังคงเป็นหัวใจหลัก หากผู้ป่วยต้องตรวจพิเศษ (เช่น ไปเอกซเรย์คอมพิวเตอร์) ที่ต้องนอนราบ ผู้ดูแลหรือพยาบาลจะทำการหยุดให้อาหารชั่วคราวก่อน เพื่อความปลอดภัยครับ

4
อันตรายจากการสำลักอาหารขณะให้อาหารสายยาง

การสำลัก (Aspiration) ถือเป็น "ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายที่สุด" ของการให้อาหารทางสายยางครับ เพราะมันไม่ได้ส่งผลแค่ระบบย่อยอาหาร แต่ส่งผลโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจและอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้

อันตรายร้ายแรงที่เกิดขึ้นเมื่ออาหารหรือน้ำย่อยหลุดเข้าไปในหลอดลมและปอดครับ:

1. ปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia)
เมื่ออาหาร น้ำ หรือน้ำย่อยหลุดเข้าสู่ปอด ปอดจะเกิดการอักเสบอย่างรุนแรงจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มากับอาหาร

อาการ: ไข้สูง หนาวสั่น ไอมีเสมหะ และหายใจลำบาก

ความรุนแรง: ในผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยวิกฤต ภาวะนี้รักษาได้ยากมาก และเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการเสียชีวิตจากการให้อาหารทางสายยาง


2. ภาวะปอดอักเสบจากเคมี (Chemical Pneumonitis)
กรณีที่สำลักเอา "น้ำย่อย" ในกระเพาะอาหาร (ซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรดสูง) ย้อนกลับขึ้นมาแล้วลงไปในปอด

อันตราย: กรดจะเข้าไปกัดกร่อนเนื้อเยื่อปอดทันที ทำให้ปอดบวมน้ำ (Pulmonary Edema) และแลกเปลี่ยนออกซิเจนไม่ได้

อาการ: จะเกิดขึ้นเร็วมาก ผู้ป่วยจะหอบเหนื่อยรุนแรงและระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลงทันที


3. การอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบน (Airway Obstruction)
หากอาหารที่ให้มีความหนืดสูง หรือมีการขย้อนเอาเศษอาหารเก่าออกมาแล้วติดที่หลอดลม

อันตราย: ผู้ป่วยอาจขาดอากาศหายใจกะทันหัน หน้าเขียว (Cyanosis) และหมดสติได้ภายในไม่กี่นาที


4. ฝีในปอด (Lung Abscess)
หากมีการสำลักเล็กๆ น้อยๆ เกิดขึ้นซ้ำๆ (Silent Aspiration) โดยที่ผู้ดูแลไม่สังเกตเห็น

อันตราย: เศษอาหารที่ค้างอยู่ในปอดจะกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคจนเกิดเป็นหนองหรือฝีในปอด ทำให้เกิดอาการป่วยเรื้อรัง น้ำหนักลด และสุขภาพทรุดโทรมลงเรื่อยๆ


🚨 สัญญาณเตือนว่า "สำลักแล้ว!" (ต้องหยุดให้ทันที)

หากระหว่างให้อาหาร ผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้แม้เพียงนิดเดียว ให้สันนิษฐานว่าสำลักครับ:

ไออย่างรุนแรง หรือไอโขลกขณะให้

มีอาการขย้อน หรืออาหารไหลย้อนออกมาทางปาก/จมูก

หายใจเร็วขึ้น หอบเหนื่อย หรือมีเสียงวี้ดในลำคอ

ใบหน้าหรือริมฝีปากเริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ/น้ำเงิน


🛡 วิธีป้องกันเพื่อลดความเสี่ยง 100%

ท่าทางสำคัญที่สุด: ต้องยกหัวเตียงสูง 30-45 องศา เสมอ (ห้ามลืมเด็ดขาด)

ท่าหลังอาหาร: คงท่าหัวสูงไว้ต่ออีก 1 ชั่วโมง หลังจบมื้ออาหาร

เช็กตำแหน่งสาย: ตรวจสอบทุกครั้งว่าสายยางไม่เลื่อนหลุดออกมาจากตำแหน่งเดิม

เช็กอาหารค้าง: ดูดเช็กว่าอาหารมื้อเก่าค้างในกระเพาะเกิน 150 ml หรือไม่ (ถ้าค้างเยอะแสดงว่าเสี่ยงที่จะล้นและย้อนกลับขึ้นมาสำลัก)

ข้อแนะนำเพิ่มเติม: หากผู้ป่วยมีการสำลักเกิดขึ้นแล้ว แม้จะดูเหมือนหายใจปกติในตอนแรก ควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดใน 24 ชั่วโมงแรก หากมีไข้หรือไอมากขึ้น ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีครับ

5
สตูว์เนื้อ Beef Stew อาหารสำเร็จรูปพร้อมทาน

อาหารพร้อมทาน สตูว์เนื้อ หอมอร่อย เนื้อเต็มคำ
ซีกซองสามารถทานได้เลย ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ
ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโดยใช้ความร้อนสูง และบรรจุในถุงอลูมิเนียม
เพื่อรักษาคุณภาพและความสดอร่อย โดยสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้อง
ไม่จําเป็นต้องแช่เย็นเก้บได้นานถึง 18 เดือน

ขนาด 180 กรัม น้ำหนักเนื้อ 150 กรัม

ส่วนประกอบ
เนื้อ Beef 38.90%
น้ำสต๊อกผัก Vegetable stock 28.46%
หัวหอมใหญ่ Onion 6.10%
มันผรั่ง Potato 5.56%
แครอท Carrot 5.56%
ขึ้นฉ่ายฝรั่ง Celery 5.00%
มะเขือเทศเข้มข้น Tomato paste 3.68%
เนย Butter 1.97%
น้ำตาลทราย Sugar 1.25%
เกลือ lodine salt 0.66%
น้ำมันรำข้าว Rice bran oil 0.58%
ผงปรุงรส Seasoning 0.4%
กระเทียม Garlic 0.39%
พริกไทยดำบดหยาบ Black pepper 0.14%
ไทน์ Thyme 0.12%

บรรจุภัณฑ์ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ( This packaging is not suitable for microwave use. )
อย 10-1-01554-5-0144
ฮาลาล
 
ช่องทางการสั่งซื้อ
 
เบอร์ : 02-398-5600 , 063-207-6926
Line : https://lin.ee/YWCEYud
page : https://www.facebook.com/BYSNFOOD
Shopee : https://shopee.co.th/snfoodds


6
📌 โครงการ Buasalaville บ้านเดี่ยวสไตล์ Contemporary หน้าเขต อุตสาหกรรมสุรนารี
ห่างถนนราชสีมา-โชคชัยเพียง 300 เมตร   เริ่มต้นเพียง 2.XX ล้าน รับของแถมมูลค่ากว่า 300,000 บาท!!!
ด่วน! เพียง 6 หลังเท่านั้น!!

บ้านเดี่ยว พื้นที่กว้าง เพดานสูงโปร่ง
✅ บ้านเดี่ยวแบบ Daisy สไตล์ Contemporary
✅ ขนาดที่ดินเริ่มต้นกว้าง 45 ตารางวา
✅ พื้นที่ใช้สอยถึง 110 ตารางเมตร
✅ ฝ้าเพดานสูงถึง 2.85 เมตร
✅ 3 ห้องนอน – 2 ห้องน้ำ – 1 Walk in closet
✅ 1 ห้องโถง – 1 ห้องครัว
✅ 2 ที่จอดรถ

ดำเนินการขอสินเชื่อให้ฟรี!
➡ โดยทีมงานมากประสบการณ์ ชำนาญการทำงานร่วมกับธนาคาร
➡ ทำเรื่องกู้ให้ลูกบ้านผ่านมาแล้วกว่า 100 หลัง
➡ ข้าราชการ พนักงานประจำ มีสลิปเงินเดือนโอกาสกู้ผ่านสูง
➡ กู้ร่วม 2 – 3 คนได้

ติดต่อสอบถามข้อมูล สนใจเข้าชมโครงการ บ้านสวย Infinity
โทร 063-6611189
เว็บไซด์ : https://homes-realestate.com/
Facebook : https://www.facebook.com/Baansuayinfinity
Line : https://lin.ee/lZhrPkv  ทักได้เลยครับ
Youtube : 


7
Dseelin มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และมีโปรตีนสูง สามารถใช้ได้กับบุคคลทั่วไปที่ไม่มีมีโรคประจำตัว สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวต้องนำสูตรไปปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพของท่าน
ใครทาน D.seelin ได้บ้าง
 ผู้สูงอาย
 ผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายให้อาหาร
 ผู้มีปัญหาการเคี้ยว เช่น ทำศัลยกรรม
 เด็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป

อาหารปั่นผสมพร้อมทาน D.seelin
1 ซองให้คุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าอาหาร 1 มื้อ
 โปรตีนสูงจากเนื้ออกไก่
 วัตถุดิบสดมีคุณภาพ
 สารอาหารครบถ้วน 5 หมู่
ส่วนประกอบโดยประมาณ ingredients

น้ำ 55.24%

เนื้อไก่ 13.50%

ไข่ไก่ 5.50%

หอมหัวใหญ่ 4.00%

ผักกาดขาว 3.00%

น้ำมันรำข้าว 2.40%

เนื้อมะเขือเทศ 1.50%

เกลือเสริมไอโอดีน 0.29%

ขิง 0.16%

ผักซี 0.16%

สารสกัดจากยีสต์ 0.12%

พริกไทยขาว 0.03%

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร : มีไข่ มีผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง

การเก็บรักษา : สามารถเก็บไว้โดยไม่ต้องแช่เย็นควรเก็บในสภาวะแห้งและเย็น

วิธีการรับประทาน มีทั้งหมด 3 วิธี

1.ฉีกซองทานได้ทันที

2.แช่ซองในน้ำอุ่น อุณหภูมิ 90-100 C เวลา 1-2 นาที

3.อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 1 นาที ) / 1300 วัตต์ ( 0.45 ) นาที

*บรรจุภัณฑ์นี้ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ต้องเทใส่ภาชนะก่อนนำมาอุ่นในไมโครเวฟ*

ข้อแนะนำในการใช้

- เขย่าถุงอาหารให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนรับประทาน

- หลังเปิดซองควรรับประทานให้หมดในครั้งเดียว

- อาจมีการตกตะกอน เนื่องจากมีส่วนประกอบจากธรรมชาติ

อายุของอาหารเก็บได้ 1 ปี

ขนาดบรรจุ 300 กรัม

เลข ( อย ) : 10-1-01554-5-0127

1 ซอง ราคา 95บาท (ชดเชยอาหารครบถ้วนใน 1มื้อ)
6 ซอง ราคา 570 บาท
28 ซอง ราคา 2,660 บาท

 ช่องทางการสั่งซื้อ
 Inbox page : https://web.facebook.com/dseelin
 Line : @dseelin / https://lin.ee/gOiFMa4
 เบอร์ : 085-676-2222
พิกัด  https://shopee.co.th/dseelin_official




8
🐷 5 สูตรหมูสร้างรายได้ ทำง่าย ขายดี!

เปลี่ยนเนื้อหมูธรรมดา ให้กลายเป็นเงินเข้ากระเป๋าคุณ!
✅ คิดจะขายอาหาร แต่ยังไม่มีหน้าร้าน?
✅ มีทุนน้อย?
✅ ทำอาหารไม่เก่ง?

คอร์สนี้มีคำตอบให้คุณ!
ครูแมกซ์ จะพาคุณทำเมนู หมูทอด-หมูย่าง จบครบที่ร้านคุณ!
✅ ไม่ต้องมีหน้าร้านก็ทำขายได้
✅ ลงทุนน้อย เหนื่อยน้อย กำไรงาม
✅ สร้างรายได้ทันทีที่เรียนจบเพียงแค่ 1 ชม.เท่านั้น!!

5 เมนูหมูทำเงินที่คุณจะได้เรียน:
✅ คอหมูย่างสูตรซอสครูแมกซ์
✅ หมูก้อนทอด “รสมือแม่”
✅ หมู3ชั้นทอดกรอบ สไตล์ครูแมกซ์
✅ หมูทอดเฮิบป์
✅ หมูก้อนคลุกเครื่องลาบ

พิเศษ! 2 โบนัสที่จะได้รับฟรี:
1️⃣ สูตรซอสหมักหมูสุดเด็ด
2️⃣ รูปถ่ายเมนูพร้อมใช้เปิดรับออเดอร์

ไม่ต้องลองผิดลองถูก! เรียนรู้ทุกขั้นตอนแบบละเอียด:
✅ อุปกรณ์จำเป็นที่ต้องมี
✅ วัตถุดิบและเครื่องปรุงทีต้องมี
✅ สัดส่วนหมูที่เหมาะสม
✅ เทคนิคหมักหมูให้เข้าเนื้อ (ไม่ต้องแช่ข้ามคืน!)
✅ เคล็ดลับทอดหมูไม่อมน้ำมัน

สมัครวันนี้ เริ่มขายพรุ่งนี้!
อย่าช้า… ธุรกิจหมูทำเงินรอคุณอยู่!

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูล
ไลน์ ID  :  @krumax
Page FB : https://web.facebook.com/profile.php?id=61569480015186
เว็บไซด์ : https://krumax.net/krumaxcourse/
เบอร์โทร : 081-413-4479


9
มาดู 7 วิธีแต่งบ้านสไตล์มินิมอล และเลือกของตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะ

การแต่งบ้านสไตล์มินิมอลเป็นอีกหนึ่งสไตล์ของการตกแต่งบ้านและที่พักอาศัยที่ได้รับความนิยมอย่างไม่แผ่วเลย โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อายุน้อย กับการแต่งบ้านแบบน้อยแต่มากแบบมินิมอล (Minimal style) ด้วยจุดเด่นอันแสนหลากหลายทั้งสไตล์แบบเฉพาะตัวพร้อมค่าใช้จ่ายที่ไม่แรงเกินไป ไม่แปลกที่การแต่งบ้านสไตล์มินิมอลจะมาแรง วันนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับการแต่งบ้านแบบมินิมอลว่ามันเป็นยังไงกันแน่ และเผื่อว่าใครที่อยากแต่งบ้านสไตล์นี้ดูบ้าง เราก็ไม่พลาดที่จะนำเทคนิคการเลือกเฟอร์นิเจอร์และตกแต่งห้องหรือบ้านของคุณให้ออกมาในสไตล์มินิมอลแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รับรองว่าการจัดบ้านสไตล์มินิมอลจะทำให้ดูน่าอยู่มากขึ้นแน่นอน!

แต่งบ้านสไตล์มินิมอล (Minimal Style) หมายถึงอะไร

“ใช้สีโมโนโทน”

“การจัดวางเป็นดูเรียบร้อย”

“เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น”

“เรียบง่ายแต่ดูดี”

“น้อยแต่มาก”

เมื่อพูดถึงการตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอลแล้ว ประโยคข้างบนนี้คงเป็นประโยคที่ทุกคนน่าจะเคยได้ยินได้เห็นผ่านตามาไม่มากก็น้อย ‘Minimal Style’ สไตล์การตกแต่งที่อยู่อาศัยที่ได้รับความนิยมมาสักพักแล้วนี้ หมายถึง สไตล์การตกแต่งที่เน้นความเรียบง่าย ใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น แต่มีประโยชน์ใช้สอย เลือกสิ่งตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ตามจำเป็น มีการจัดวางอย่างมีระเบียบเรียบร้อย

ฟังดูเหมือนง่ายใช่ไหมคะ? ก็แค่ไม่ต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์เยอะ เอาเฉพาะที่จำเป็น แล้วก็ซื้อสีเดียวกันมาอยู่ด้วยกันก็พอ แต่จริงๆ การตกแต่งบ้านสไตล์นี้ไม่ได้ทำกันง่ายขนาดนั้น ตอนเลือกเฟอร์นิเจอร์ต้องคิดแล้วคิดอีกว่าจะแต่งยังไงให้สวย อบอุ่นน่าอยู่ แล้วดูมินิมอลด้วย ต้องบาลานซ์การตกแต่งและวางแผนล่วงหน้าไว้หลายสเต็ปทีเดียว

นักตกแต่งภายในหลายคนเคยพูดถึงการตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอลไว้ว่า ความมินิมอลต้องมาคู่กับฟังก์ชันที่ครบครัน เรียกได้ว่าน้อยอย่างเดียวไม่พอ แต่เฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งจะต้องเอื้อให้สามารถใช้งานในชีวิตจริงได้ด้วย

จุดสำคัญของการแต่งบ้านให้ออกมาเป็นสไตล์มินิมอล

สำหรับผู้ที่สนใจจัดบ้านแบบมินิมอล การทำความเข้าใจเกี่ยวกับจุดสำคัญทั้งเรื่องสีสันบ้านโทนมินิมอล การเลือกเฟอร์นิเจอร์มินิมอล ไปจนถึงไอเดียแต่งห้องมินิมอลจะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาน่าพึงพอใจ สวยงามดังที่คาดหวังเอาไว้

• มีโทนสีแบบโมโนโทนหรือเรียกว่า Monochromatic และมักจะใช้สีอ่อนๆ

• ในการออกแบบจะต้องออกแบบให้มีการนำเส้นสายตาที่ตรงและคม

• การคัดสรรเฟอร์นิเจอร์ที่ทำมาใช้งานจะน้อยชิ้น แต่การใช้งานต้องครบครัน

• การจัดพื้นที่ในห้องให้ดูมีที่ว่างเยอะ และดูกว้างขวาง

• พื้นผิวในจุดต่างๆ ทั่วห้องต้องดูมีที่ว่าง โล่ง และสะอาดตา ของตกแต่งน้อยชิ้น

• ของน้อย ตกแต่งเรียบง่าย แต่ต้องดูน่าอยู่ อบอุ่น และไม่ทิ้งความมีสไตล์

• เน้นที่คุณภาพของเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งมากกว่าปริมาณสิ่งของ

การตกแต่งสไตล์มินิมอลเหมาะกับใคร

การตกแต่งมินิมอลฟังดูยากมากสำหรับยุคสมัยนี้ที่เต็มไปด้วยการช็อปปิ้งออนไลน์ ซื้อสิ่งของต่างๆ เข้าบ้านกันง่ายดายจนแทบไม่มีที่เก็บ เห็นอะไรก็น่าซื้อน่าลองไปหมด การแต่งบ้านสไตล์มินิมอลนั้นไม่ได้จบที่การตกแต่ง แต่จะต้องปรับพฤติกรรมการซื้อของใช้เข้าบ้านให้มินิมอลตามไปด้วย ซื้อแต่ที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น

อาจเรียกได้ว่า มินิมอลนั้นเป็นมากกว่าแค่การแต่งบ้าน แต่เป็นแนวคิดที่มาคู่กับการสร้างไลฟ์สไตล์และการอยู่อาศัย ข้อดีที่สำคัญที่สุดคือช่วยให้เราสามารถโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเรา ช่วยให้ใส่ใจคุณภาพให้มากกว่าปริมาณ (และประหยัดในระยะยาว)

การตกแต่งสไตล์มินิมอลเหมาะกับใครก็ได้ทั้งนั้น แต่มักจะถูกมองว่าเป็นที่นิยมในหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ที่นิยมความเรียบง่ายแต่เก๋และมีสไตล์

ต่อไปเราไปดูกันดีกว่าว่าวิธีการตกแต่งบ้านของคุณให้เป็นสไตล์นี้ต้องทำยังไง มีทิปส์หลายอย่างตั้งแต่เทคนิคการเลือกเฟอร์นิเจอร์ การเลือกใช้สี และการจัดการพื้นที่ใช้สอย มาดูกัน!

ทริคแต่งบ้านและเลือกเฟอร์นิเจอร์สไตล์มินิมอล (Minimal style)

เพื่อให้การตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอลเกิดความสวยงาม น่าประทับใจ ได้ผลลัพธ์ตามความต้องการสำหรับเจ้าของบ้าน ลองมาศึกษาทริคการแต่งบ้านไปจนถึงการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์สไตล์มินิมอลเลยว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ตอบโจทย์ตามสิ่งที่คาดหวังเอาไว้อย่างแน่นอน

1. เริ่มจากการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ใช่ก่อน

สิ่งสำคัญที่สุดในการตกแต่งบ้านไม่ว่าจะสไตล์ใดก็ตามคือ การเลือกเฟอร์นิเจอร์ ยิ่งการเลือกเฟอร์นิเจอร์สำหรับการแต่งบ้านสไตล์มินิมอล การเลือกเฟอร์นิเจอร์ยิ่งต้องพิถีพิถัน หลักการเลือกเฟอร์นิเจอร์มีอยู่ว่า

• เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ดูเรียบง่าย พื้นผิวไม่เน้นลวดลาย

• ดีไซน์มีความสวยงาม ไม่ตกยุคง่าย ดูมีคุณภาพ และคงทน

• สีอ่อนหรือเข้มก็ได้ แต่ให้ไปในโทนสีเดียวกันตลอด

• เลือกเฉพาะสิ่งที่มีประโยชน์และมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันจริงๆ เฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนที่คิดว่าเราอยู่ได้โดยไม่ต้องซื้อมันมาก็ให้ตัดออก

• การออกแบบมีลักษณะและรูปเป็นเส้นตรงและคม ไม่มีลวดลาย

ราวแขวนผ้าทำจากไม้สัก เรียบง่ายดูดี สามารถเลือกสีได้ (อ่านรายละเอียดสินค้า)

2. พื้นที่บนชั้นวางของไม่รก เน้นโล่งสบายตา

พื้นที่ต่างๆ ที่มองเห็นในไม่ว่าจะเป็นบนโต๊ะ บนชั้นวางของ หรือเป็นพื้น จะต้องมีพื้นที่เหลือให้มากหน่อย วางตกแต่งหรือวางเฉพาะของที่จำเป็นเท่านั้น ไม่ควรมีของวางอัดแน่นเต็มพื้นที่ แม้จะเรียงด้วยความเป็นระเบียบก็จะแค่ดูเป็นระเบียบ แต่ก็ยังผิดไปจากหลักความมินิมอลที่เน้นความโล่งสบายตา อย่างที่บอกว่าของที่เก็บก็ควรเป็นของใช้ที่จำเป็นต้องใช้ทุกวันจริงๆ เน้นประโยชน์ใช้สอย ของสะสมเอย ของดูต่างหน้าเอย ให้เก็บเข้ากล่องในห้องเก็บของไว้จะดีกว่า ยิ่งถ้าเป็นไอเดียแต่งห้องนอนมินิมอลด้วยแล้ว การมีพื้นที่สะอาด ดูไม่รกตา จะช่วยเพิ่มความโล่งสบาย ไม่อึดอัดอีกด้วย

3. ควรเลือกใช้สีอ่อน หรือสีโมโนโทน

สีที่เลือกใช้ไม่ว่าจะกับเฟอร์นิเจอร์หรือผนังห้อง ควรเลือกใช้สีที่ดูกลาง ๆ และดูคลาสสิค เช่น สีขาว สีเบจ สีเทา หรือสีที่ดูธรรมชาติเอิร์ธโทนอย่างสีน้ำตาล ที่มีให้เลือกอยู่หลายเฉด แต่อย่าลืมว่าต้องคุมโทนให้เป็นโทนเดียวกันตลอด ไม่เอามายำรวมกันไปเรื่อย ให้เลือกสีหลัก แล้วเพิ่มมิติด้วยการตกแต่งด้วยสีอื่นเข้าไปแทน แบบนี้จะทำให้บ้านดูเป็นธรรมชาติไปในทิศทางเดียวกัน ไม่เกิดความสับสนของโทนสี ไม่รู้สึกขัดหูขัดตา สร้างความน่าอยู่อาศัยมากขึ้นกว่าเดิม

4. น้อยแต่โก้ แต่ฟังก์ชันก็ต้องมา

ไม่ใช่แค่สำหรับการแต่งบ้านในสไตล์มินิมอลนะคะ ไม่ว่าจะสไตล์ไหน ในการเลือกเฟอร์นิเจอร์นั้นต้องพิจารณาถึงฟังก์ชันและการใช้งานควบคู่กันไปกับความสวยงามของเฟอร์นิเจอร์ด้วย แต่ก็ไม่ต้องยึดติดมากไปว่าจะต้องใช้งานได้หลากหลายวัตถุประสงค์ ต้องเป็นเฟอร์นิเจอร์ไซน์สุดล้ำ หัวใจสำคัญก็อย่างทำเราย้ำตลอดเลยคืออยู่ที่การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ได้ใช้งานจริง และเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกออกมาแบบมาอย่างคำนึงถึงผู้ใช้ และพื้นที่การใช้สอย ไม่กินที่โดนใช่เหตุ ไม่หวือหวาลวดลายเยอะ มีความเป็นโมเดิร์นเรียบๆ นี่คือเสน่ห์ที่จะช่วยเสริมความมินิมอลของบ้านคุณให้เปล่งประกายยิ่งกว่าเคย คำว่าน้อยแต่มากไม่ใช่แค่ทำพูดเก๋ ๆ แต่ต้องแสดงให้เห็นถึงการเข้าใจความเป็นมินิมอลอย่างแท้จริง

5. เลือกไฟและของตกแต่งที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น

มากกว่าที่จะบอกว่าเป็นการเลือกไฟ ต้องพูดว่าการจัดไฟในห้องดีกว่า เพราะการเน้นความเรียบง่ายอาจทำให้ห้องดูไม่ค่อยมีชีวิตชีวา การจัดแสงให้ห้องดูอบอุ่นนั้นมีความสำคัญ ห้องสไตล์มินิมอลควรมีลักษณะที่สว่างไสว มีแสงแดดลอดเข้ามา หน้าต่างควรเป็นแบบเรียบๆ ผ้าม่านไม่มีลวดลาย

ในส่วนของการตกแต่งควรใช้ของตกแต่งน้อยชิ้น แต่ละชิ้นนอกจากจะตกแต่งแล้ว ควรจะได้ใช้งานจริงด้วย ไม่ใช่เอามาวางทิ้งไว้เฉยๆ ของตกแต่งของห้องสไตล์มินิมอลส่วนใหญ่จะเน้นอะไรก็ตามที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เนื่องจากภาพรวมห้องจะดูเคร่งขรึมอยู่แล้วด้วยการเลือกเฟอร์นิเจอร์ การใช้สีอะไรต่างๆ ที่เน้นเรียบๆ ดีเทลของตกแต่งจริงควรเป็นส่วนที่เพิ่มชีวิตชีวา และความอบอุ่นน่าอยู่

การตกแต่งเพื่อความสวยงามอย่างเดียว ไม่เน้นใช้งานก็ใช้ว่าจะทำไม่ได้ สามารถทำได้ แต่ทำน้อยๆ และเน้นการตกแต่งที่เป็นสีโมโนโทน ไม่ฉูดฉาดละลานตาเกินไป

6. ใช้ Slatted walls เข้ามาช่วยในการตกแต่ง

Slatted walls คือแผ่นไม้ที่มาเรียงต่อๆ กันอาจเป็นบนผนังบ้าน กำแพงบ้าน หรือพื้นผิวของเฟอร์นิเจอร์ก็ได้เช่นกัน นับเป็นลักษณะของการตกแต่งภายในที่เรียบง่ายแต่ดูมีสไตล์เฉพาะตัว คุมโทนได้แบบกำลังพอดี ไม่หวือหวาแต่ก็ไม่ดูธรรมดามากนัก ทำให้ห้องหรือพื้นที่เรียบๆ ดูมีโมเดิร์นขึ้น แต่ไม่ฉูดฉาดหรือยุ่งเหยิงจนเกินไป เป็นอีกความเหนือระดับที่ควรค่ากับการนำมาใช้เป็นแนวทางสำหรับตกแต่งห้องแบบมินิมอล

7. ตกแต่งด้วยสีเขียวของต้นไม้

เป็นที่นิยมอย่างมากกับการปลูกต้นไม้ในบ้าน หากแต่งห้องออกมาดูแล้วเรียบเกินไป อยากจะแต่งห้องด้วยสีเขียวของต้นไม้รับรองว่ายังไงก็ไปกันได้กับสไตล์มินิมอล เพียงแต่ต้องอย่าตกแต่งเยอะเกินไป ต้นไม้ที่เลือกก็ไม่ควรจะฉูดฉาดหรือดูรก อาจจะเป็นต้นกระบองเพชรที่ดูเรียบ ๆ หรือต้นไม้ใบสีเขียวเข้มไม่มีลวดลายหวือหวา ไปจนถึงบรรดาต้นไม้ฟอกอากาศ เช่น ยางอินเดีย ลิ้นมังกร เดหลี เฟิร์นบอสตัน เป็นต้น ซึ่งการมีต้นไม้ในบ้านยังถือเป็นจุดพักสายตาได้อย่างดีหากรู้สึกเหนื่อยล้าจากการทำงาน

จบกันไปแล้วกับ 7 เทคนิคการแต่งบ้านแบบมินิมอล พอจะรู้แนวทางกันแล้วใช่ไหมคะ ว่าหัวใจสำคัญของการแต่งบ้านสไตล์นี้ให้ออกมาเรียบแต่มีสไตล์นั้นต้องทำยังไง รับรองว่าถ้าก้าวสู่ความเป็นมินิมอล นอกจากจะได้ห้องสวยๆ แล้ว ยังทำให้ผ่อนคลาย สบายใจ ไม่ต้องมาเสียสุขภาพจิตกับอะไรที่รกหูรกตาอีกด้วย ถ้าสนใจก็อย่าลืมลองวางแผนดูนะคะว่าต้องซื้ออะไรบ้าง

10
งานฝีมือ การทำ โหลแก้วดอกไม้แห้งพร้อมไฟ LED

การประดิษฐ์ โหลแก้วดอกไม้แห้งพร้อมไฟ LED เป็นงานฝีมือที่สวยงามและได้รับความนิยมอย่างมากค่ะ เป็นการผสมผสานความงามของธรรมชาติเข้ากับแสงไฟอบอุ่น สร้างบรรยากาศโรแมนติก ผ่อนคลาย หรือจะใช้เป็นของขวัญชิ้นพิเศษที่ทำเองก็ดูดีมีคุณค่าทางใจไม่แพ้กันเลยค่ะ

แนวคิดของโหลแก้วดอกไม้แห้งพร้อมไฟ LED
หัวใจของงานชิ้นนี้คือการสร้าง "โลกจำลองขนาดเล็ก" ภายในโหลแก้ว ที่มีดอกไม้แห้งจัดวางอย่างสวยงาม และมีไฟ LED เส้นเล็กๆ คอยส่องสว่าง เพิ่มความระยิบระยับและบรรยากาศยามค่ำคืน ตัวโหลแก้วจะช่วยป้องกันดอกไม้จากฝุ่นและความชื้น ทำให้ดอกไม้คงความสวยงามได้นาน

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

โหลแก้วมีฝาปิด: เลือกขนาดและรูปทรงตามที่ชอบค่ะ อาจเป็นโหลทรงกลม ทรงสูง หรือทรงเหลี่ยมก็ได้ ควรเป็นแก้วใสและทำความสะอาดง่าย ที่สำคัญคือ ต้องมีฝาปิดสนิท

เคล็ดลับ: โหลแก้วคุกกี้ โหลแยมขนาดใหญ่ หรือโหลแก้วเครื่องเทศที่มีฝาปิด เป็นตัวเลือกที่ดีเลยค่ะ

ดอกไม้แห้งและใบไม้แห้ง: เลือกดอกไม้ที่คุณชอบและมีขนาดเหมาะสมกับโหล เน้นดอกไม้ที่คงรูปและสีสันได้ดีเมื่อแห้ง

ดอกไม้ยอดนิยม: ดอกแคสเปีย, ดอกยิปโซ, สุ่ย, สแตติส, ลาเวนเดอร์, รวงข้าว, หญ้าแพมพัส, หรือดอกบัวอบแห้งที่คุณทำเอง

ใบไม้แห้ง: เช่น ยูคาลิปตัส หรือใบไม้เล็กๆ ที่นำมาอบแห้ง

สิ่งสำคัญ: ดอกไม้และใบไม้ต้องแห้งสนิทจริงๆ เพื่อป้องกันเชื้อราภายในโหล

ไฟ LED เส้นเล็ก (Fairy Lights): ชนิดที่ใช้ถ่าน AAA หรือถ่านกระดุม (ควรเป็นแบบที่ใช้ในอาคาร ไม่กันน้ำ) เลือกความยาวให้พอเหมาะกับขนาดโหล (เช่น 1-2 เมตร) และเลือกสีแสงที่ชอบ (เช่น วอร์มไวท์ (Warm White) เพื่อความอบอุ่น หรือแสงคูลไวท์ (Cool White) เพื่อความสว่าง)

กรรไกร / คีมตัดลวด: สำหรับตัดแต่งก้านดอกไม้

คีมปากคีบ (แหนบ): มีประโยชน์มากสำหรับจัดวางดอกไม้เล็กๆ หรือจัดทรงภายในโหล

(ไม่บังคับ) กาวร้อน (ปืนกาว): สำหรับยึดฐานดอกไม้ หรือติดกล่องแบตเตอรี่เล็กๆ ให้เข้าที่ (ใช้ด้วยความระมัดระวัง)

(ไม่บังคับ) ทรายสี / กรวดเล็กๆ / ลูกปัด / เปลือกหอย: สำหรับรองพื้นโหล เพิ่มน้ำหนักและความสวยงาม

(ไม่บังคับ) ป้ายแท็ก / ริบบิ้น / เชือกป่าน / วัสดุตกแต่งภายนอกอื่นๆ: สำหรับตกแต่งโหลให้สวยงามและน่าสนใจยิ่งขึ้น


ขั้นตอนการทำโหลแก้วดอกไม้แห้งพร้อมไฟ LED

ทำความสะอาดโหลแก้ว:

ล้างโหลแก้วด้านในและด้านนอกให้สะอาดหมดจดด้วยน้ำและสบู่

เช็ดให้แห้งสนิท โดยเฉพาะด้านในโหล ต้องแน่ใจว่าไม่มีไอน้ำหรือหยดน้ำเหลืออยู่แม้แต่น้อย เพราะความชื้นคือตัวการทำให้ดอกไม้ขึ้นราและเสียหาย

สามารถใช้ไดร์เป่าผมเป่าลมเย็นใส่ด้านในโหลเบาๆ เพื่อให้แห้งสนิทเร็วขึ้น


เตรียมดอกไม้แห้ง:

จัดแยกดอกไม้และใบไม้ตามขนาดและชนิด เพื่อให้ง่ายต่อการหยิบใช้

ตัดแต่งก้านดอกไม้และใบไม้ให้มีความยาวเหมาะสมกับความสูงของโหล โดยให้ดอกไม้สามารถตั้งตรงและชูขึ้นมาสวยงาม แต่ไม่ชนกับฝาโหลเมื่อปิด


รองพื้นโหล (ถ้าต้องการ):

หากต้องการเพิ่มรายละเอียดหรือน้ำหนักที่ก้นโหล ให้ใส่ทรายสี กรวดเล็กๆ ลูกปัด หรือเปลือกหอย ลงไปประมาณ 1-2 เซนติเมตร (ไม่ควรใส่เยอะเกินไปจนลดพื้นที่สำหรับดอกไม้)

สามารถใช้กาวร้อนหยอดเล็กน้อยเพื่อยึดฐานของดอกไม้กับพื้นผิวนี้ได้ หากดอกไม้มีน้ำหนักเบาและไม่ตั้งมั่นคง


จัดวางดอกไม้และไฟ LED:

เริ่มต้นด้วยไฟ LED: ค่อยๆ วางไฟ LED เส้นเล็กลงไปในโหลก่อน

จัดวาง: สามารถพันไฟรอบๆ ก้านดอกไม้เบาๆ หรือจัดให้ไฟกระจายตัวอยู่ภายในโหลอย่างสม่ำเสมอ พยายามให้ส่วนที่เป็นกล่องแบตเตอรี่อยู่ที่ด้านล่างของโหล และหาทางซ่อนให้ดูเรียบร้อยที่สุด (อาจซ่อนใต้ดอกไม้ หรือติดกับก้นโหลด้วยกาวร้อน)

ทดสอบไฟ: เปิดสวิตช์ไฟ LED เพื่อทดสอบว่าใช้งานได้และตำแหน่งที่วางไฟเหมาะสมหรือไม่ ก่อนที่จะจัดดอกไม้ทับลงไป


จัดวางดอกไม้:

ค่อยๆ ใช้มือหรือคีมปากคีบจัดวางดอกไม้แห้งลงไปในโหล

เริ่มจากดอกไม้ที่เป็นโครงสร้างหลัก หรือดอกไม้ขนาดใหญ่ก่อน

จากนั้นค่อยๆ เติมดอกไม้ขนาดเล็กหรือดอกไม้ฝอยๆ ลงไป เพื่อเติมเต็มช่องว่างและเพิ่มความพลิ้วไหว

พยายามจัดให้ดอกไม้กระจายตัวอย่างสวยงาม มีมิติ ไม่แน่นจนเกินไป และไม่บดบังแสงไฟ LED

เคล็ดลับ: หากต้องการให้ดอกไม้ตั้งตรงมั่นคง สามารถหยอดกาวร้อนเล็กน้อยที่โคนก้านแล้วติดกับพื้นโหล หรือกับดอกไม้/วัสดุรองพื้นที่จัดไว้ก่อนหน้าได้


ปิดฝาและตกแต่งภายนอก:

เมื่อจัดวางดอกไม้และไฟ LED ได้ตามที่ต้องการแล้ว ให้ปิดฝาโหลให้สนิท เพื่อป้องกันฝุ่นและความชื้นเข้า

ตกแต่งภายนอก: ผูกริบบิ้น เชือกป่าน หรือเชือกปอสวยๆ รอบคอโหล หรือผูกกับฝาโหล

ติดป้ายแท็ก: หากเป็นของขวัญ สามารถเขียนข้อความอวยพร หรือชื่อผู้รับลงบนป้ายแท็กแล้วนำมาผูกตกแต่ง

การดูแลรักษาโหลแก้วดอกไม้แห้งพร้อมไฟ LED

หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง: วางโหลในที่ร่ม ไม่มีแสงแดดส่องถึงโดยตรง เพราะแสง UV จะทำให้สีของดอกไม้แห้งซีดจางลงอย่างรวดเร็ว

หลีกเลี่ยงความชื้นและอุณหภูมิสูง: แม้จะปิดฝาสนิทแล้ว แต่ควรวางในที่แห้ง อากาศถ่ายเทดี ไม่ใกล้ความร้อนสูง เพื่อรักษาสภาพดอกไม้และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ทำความสะอาด: ใช้ผ้านุ่มชุบน้ำหมาดๆ เช็ดภายนอกโหล เพื่อทำความสะอาดฝุ่น

การทำโหลแก้วดอกไม้แห้งพร้อมไฟ LED เป็นงานฝีมือที่เรียบง่ายแต่ให้ผลลัพธ์ที่สวยงามและสร้างความประทับใจได้ดีค่ะ ขอให้สนุกกับการสร้างสรรค์นะคะ!

11
ซ่อมบำรุงอาคาร: กลิ่นเหม็นอับจากแอร์เกิดจากอะไรได้บ้าง ?

ปัญหาแอร์ มีกลิ่นอับ ถือว่าเป็นปัญหากวนใจของหลายบ้านที่มักจะต้องทนกับกลิ่นอับที่น่ารำคาญใจบางบ้านที่มีแอร์ เวลาเปิดแอร์ก็มักจะมีกลิ่นแรงมากจนถึงขนาดเปิดแอร์ใช้งานไม่ได้เลยทีเดียวทำยังไงก็ไม่หายขาด ล้างแอร์ไปก็ดีขึ้น แต่ไม่กี่วันหรือกี่สัปดาห์ก็กลับมามีกลิ่นอับกลิ่นเปรี้ยวอีก นอกจากจะเป็นปัญหาที่น่ารำคาญใจแล้ว ยังอันตรายต่อสุขภาพของเราอีกด้วย

ซึ่งกลิ่นอับของแอร์ส่วนใหญ่ เกิดจากเชื้อราสะสมภายในเครื่องเป็นจำนวนมากเชื้อราเหล่านี้เกิดจากความชื้นตกค้าง แอร์ไม่สามารถระบายความชื้นออกได้หมดประกอบกับอุณหภูมิในประเทศมีอากาศร้อนเสียส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นสภาวะที่เชื้อราเจริญเติบโตได้ดีที่สุดเมื่อเชื้อราเกิดสะสมเป็นจำนวนมาก เชื้อราส่วนใหญ่จะกินเนื้อผิวพลาสติก การล้างแอร์ปกติด้วยน้ำไม่ได้ช่วยให้เชื้อราถูกกำจัดไปได้ ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุของคำถามว่า ทำไมล้างแอร์ไปแล้วกลิ่นอับยังไม่หายไป หรือกลิ่นอับหายไปไม่นานก็กลับมาเหม็นอีกก่อนอื่นที่เราจะกำจัดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์อันนี้ออกไปเราต้องรู้ถึงสาเหตุของการเกิดกลิ่นก่อนว่า เกิดจากอะไร

ดังนั้น วันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นการเกิดกลิ่นอับในแอร์ว่าเกิดจากอะไรได้บ้างเพื่อที่เราจะได้ทำการแก้ไขเพื่อกำจัดกลิ่นออกไปได้อย่างถูกต้องและตรงจุด โดยไม่ต้องทนกับปัญหานี้

การที่แอร์มีความชื้นสะสมจะเป็นแหล่งของการเกิดเชื้อรา อาจเกิดได้หลายเหตุไม่ว่าจะเป็น ภายในห้องมีความชื้นสูงเกินไป เช่น อาจมีตู้ปลาเปิดฝาภาชนะใส่น้ำไว้ ปลูกต้นไม่ในห้อง ฯลฯ เกิดจากการที่ไม่เคยล้างแอร์เป็นเวลานานเกิดจากรางน้ำระบายน้ำได้ไม่ดี หรือมีเชื้อราจากท่อน้ำทิ้ง ท่อน้ำทิ้งยาวเกินไปท่อน้ำทิ้งไม่ทำมุมไหลที่ดีพอ ท่อน้ำทิ้งคดเคี้ยวเกินไป ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแอร์เป็นจุดที่เชื้อราเข้าไปสะสมได้ง่าย นอกจากเชื้อราจะเติบโตได้ดีในสภาวะอากาศร้อนชื้น อับ ทึบแสงและพื้นที่ที่เกิดจะต้องมีอาหารของเชื้อราด้วย จากปัจจัยเหล่านี้สามารถกล่าวได้เลยว่าแอร์หรือเครื่องปรับอากาศ คือโรงบ่มเพาะเชื้อราอย่างดี

และยังเป็นจุดเสี่ยงที่สะสมเชื้อรามีตั้งแต่ท่อน้ำทิ้ง รางน้ำทิ้ง ฟองน้ำบุฉนวนทุกจุดแผ่นกรองแอร์ จุดอับหลังเครื่อง มุมอับอื่นๆ ดังนั้น สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้แอร์มีกลิ่นเหม็นมักมาจากคราบสกปรกและการอุดตันทั้งจากฝุ่นละอองและน้ำขังต่าง ๆ และยิ่งไปกว่านั้นคราบสกปรกและสิ่งอุดตันพวกนี้ยังทำให้แอร์ไม่เย็นทำให้เครื่องยนต์ต้องทำงานหนัก ส่งเสียงดัง และเสียได้ไวขึ้นด้วย

ดังนั้น หากแอร์มีกลิ่นอับอันไม่พึงประสงค์ก็ต้องรีบแก้ไขทันที เพราะไม่อย่างนั้นจะทำให้แอร์พังและทำให้คนในบ้านเสียสุขภาพได้ สำหรับวิธีการการแก้ปัญหาของกลิ่นเหม็นอับ
อย่างแรกต้องหาต้นต่อก่อนว่ากลิ่นอับนี้เกิดจากจุดไหนถ้าหากเกิดจากท่อน้ำทิ้ง ถาดน้ำทิ้ง เราต้องย้อนกลับไปดูปลายท่อน้ำทิ้งมีเมือกอุดตัน น้ำไหลได้ไม่สะดวกหรือไม่ ถึงทำให้กลิ่นย้อนกลับเข้าไปในแอร์ได้

ถ้าหากเกิดจากแผ่นกรอง ฟิลเตอร์ เราสามารถนำไปล้างทำความสะอาดเปาให้แห้งได้ แต่ถ้าหากเกิดจากความชื้นในห้องสูง หากเกิดจากสาเหตุนี้ให้เราเปิดแอร์ไปที่โหมดพัดลมแล้วเปิดประตู หน้าต่าง เพื่อระบายอากาศภายในห้องแต่หากเราไม่ทราบว่าต้นเหตุมากจากไหน หรือว่าเราไม่ได้ล้างแอร์มานานมากแล้วการล้างแอร์เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่จะช่วยเราได้ อาจจะใช้โฟมขจัดกลิ่น ช่วยลดกลิ่นที่สะสมในแอร์ก็จะเป็นวิธีที่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างดีเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามทางเรา อยากให้ทุกครอบครัวได้สร้างบรรยากาศภายในครอบครัวให้มีสิ่งแวดล้อมที่ดีอยู่เสมอ ด้วยการทำความสะอาดบ้านช่องให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้นเพราะปัจจัยหลายๆอย่างในบ้านของเรา สามารถสร้างบรรยากาศที่ดีในบ้านได้ไม่ว่าจะเป็นการที่เราได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีๆ ได้สูดอากาศที่บริสุทธิ์เพราะเราอยากให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี เพราะสุขภาพที่ดีสามารถทำให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ ทางเรามีบริการทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน ภายในอาคารต่างๆรวมไปถึงยังมีบริการทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็น บริษัท ห้างสรรพสินค้า
เพราะเราห่วงใยและใส่ใจในเรื่องสุขอนามัยของลูกค้ามาเป็นอันดับแรก

12
บริหารจัดการอาคาร: ติดฟิล์มกรองแสง ลดบ้านร้อน ป้องกันแสงแดด

ประเทศไทยอากาศร้อนอยู่แล้ว ยิ่งเข้าหน้าร้อน อุณหภูมิก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นไปอีก ครั้นจะเปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำคลายร้อนทั้งวัน ก็เปลืองค่าไฟน่าดูจึงมีทางเลือกดี ๆ สำหรับบ้านคุณมาแนะนำ คือ ลองพิจารณาการติดฟิล์มกรองแสง ช่วยลดบ้านร้อน ป้องกันแสงแดด แต่ก่อนที่จะตัดสินใจติดฟิล์มกรองแสงให้บ้าน เรามีข้อมูลเบื้องต้นมาให้ใช้ในการประกอบการตัดสินใจด้วย

          ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า เมื่อแสงอาทิตย์ส่องมาถูกกระจกที่ไม่ได้ติดฟิล์มกรองแสง จะทำให้เกิดความร้อนขึ้น ดังนี้

          - ความร้อนจะทะลุผ่านกระจกเข้ามาในตัวบ้านถึง 89%

          - ความร้อนจะถูกกระจกสะท้อนออกไปด้านนอกแค่ 6%

          - ความร้อนจะถูกกระจกดูดเก็บเอาไว้ 5%

หากติดฟิล์มกรองแสง จะทำให้ความร้อนจากแสงอาทิตย์ทะลุผ่านกระจกเข้ามาในตัวบ้านลดลงเหลือแค่ประมาณ 22% ซึ่งถือว่าลดลงจากเดิมมากเลยทีเดียว การติดฟิล์มกรองแสงจึงเป็นอีกทางเลือกที่ดีในการช่วยให้บ้านเย็นขึ้น นอกจากการเปิดแอร์ ทีนี้เรามาดูประโยชน์จากการติดฟิล์มกรองแสงกันบ้างดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง ควรค่ากับการตัดสินใจติดมากน้อยแค่ไหน

1. ช่วยลดความร้อน ป้องกันรังสี UV – นอกจากลดความร้อนได้แล้ว ยังช่วยป้องกันรังสี UV ได้ถึง 99% ซึ่งหากติดผ้าม่านเพียงอย่างเดียว จะช่วยแค่กันแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านเข้ามาในตัวบ้าน แต่ถ้าติดฟิล์มกรองแสงด้วย ก็จะช่วยทั้งกันรังสีความร้อนและรังสี UV จากแสงอาทิตย์ได้ด้วย

2. ช่วยลดแสงจ้า ไม่แสบตา – ทำให้รู้สึกสบายตา ไม่เมื่อยล้าตา และช่วยผ่อนคลายความเครียดของดวงตาจากการที่แสงแดดจ้าส่องเข้ามาในตัวบ้านได้

          3. ค่าไฟฟ้าลดลง ประหยัดพลังงานมากขึ้น - เมื่อติดฟิล์มกรองแสง ความร้อนจากแสงอาทิตย์ที่ผ่านกจะจกเข้ามาในตัวบ้านก็จะลดลง ทำให้แอร์ทำงานน้อยลง ค่าไฟฟ้าก็ลดลงตามไปด้วย และช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ด้วย แถมยังช่วยประหยัดพลังงานได้อีกทาง

          4. สร้างความเป็นส่วนตัว ไม่บดบังทัศนียภาพ – ฟิล์มกรองแสงจะมีให้เลือกแบบที่คนจากด้านนอกไม่สามารถมองเห็นภายในบ้านได้ แต่คนภายในบ้านสามารถมองเห็นทัศนียภาพด้านนอกได้ ทำให้สามารถเพิ่มความเป็นส่วนตัว และยังไม่บดบังทัศนียภาพด้านนอกด้วย

          5. ปลอดฝุ่น ปลอดเชื้อโรค – หากมีคนเป็นภูมิแพ้จากฝุ่นอาศัยในบ้าน การติดฟิล์มกรองแสงแทนการติดผ้าม่าน ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะจะทำความสะอาดฝุ่นที่กระจกได้ง่ายกว่าที่ผ้าม่าน ฝุ่นก็จะน้อยลง

6. ปกป้องเฟอร์นิเจอร์และสิ่งของภายในบ้าน – แสงแดดที่ส่องเข้ามาในบ้านเป็นประจำ อาจทำให้ข้าวของ เครื่องใช้ หรือเฟอร์นิเจอร์ เสื่อมสภาพเร็วขึ้น ไปจนถึงเกิดความเสียหายได้ การติดฟิล์มกรองแสงก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยยืดอายุการใช้งานสิ่งของเหล่านั้นได้

          7. โดดเด่น ทันสมัย – การติดฟิล์มกรองแสงนอกจากจะช่วยเรื่องลดบ้านร้อน ป้องกันแสงแดดแล้ว เพิ่มความสวยงาม ทำให้บ้านดูโดดเด่น ทันสมัยได้อีกด้วย

          ฟิล์มกรองแสงมีหลากสี หลายแบบให้เลือก สามารถเลือกตามวัตถุประสงค์และตามความชอบของแต่ละบ้านได้เลย แต่ต้องให้แน่ใจว่า ฟิล์มกรองแสงที่เลือกมาติดกระจกบ้านนั้น เป็นฟิล์มที่ใช้กับอาคารไม่ใช่เป็นฟิล์มที่ใช้กับรถยนต์ และอีกความเข้าใจผิดหนึ่งคือ ฟิล์มที่มีสีเข้มหรือสีทึบ จะช่วยลดความร้อนได้ดี ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด มาทำความเข้าใจใหม่กันดีกว่า ฟิล์มกรองแสงมีคุณสมบัติหลักอยู่ 2 อย่าง คือ

1. กรองแสง – ยิ่งฟิล์มสีเข้มหรือทึบมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งกรองหรือลดความสว่างของแสง ให้แสงสว่างทะลุเข้ามาได้น้อย ไม่ให้บ้านแสงจ้ามากเกินไป จนไม่สบายตา

2. กรองรังสีความร้อนและรังสี UV – ไม่ว่าฟิล์มจะเข้มหรือฟิล์มจะใส ก็สามารถลดความร้อนลงได้ และกรองรังสี UV ได้ 99%

13
ก่อนจ้าง รถรับจ้าง ย้ายหอ ย้ายบ้านต้องแจ้งรายละเอียดอะไรบ้าง?

หากคุณเป็นคนที่มีความจำเป็นต้อง ย้ายบ้าน ย้ายหอ หรือ ย้ายคอนโด และมีทีมงานรถรับจ้างอยู่ในใจแล้ว คุณคงทำตามขั้นตอนการขนย้ายได้ไม่ยาก เพราะแต่ละที่ก็มีขั้นตอนการขนย้ายที่ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ แต่มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญในการขนย้าย และยังไม่เคยมีใครบอกคุณ นั่นก็คือ สิ่งที่คุณต้องแจ้งกับผู้ให้บริการรถรับรับจ้าง ก่อนทำการขนย้ายของนั่นเอง

รวมสิ่งที่คุณต้องแจ้งกับผู้ให้บริการรถรับจ้างก่อนย้ายบ้าน ที่ยังไม่เคยมีใครบอกคุณ

การขนย้ายสิ่งของนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และต้องใส่ใจเป็นอย่างมาก เพราะของทุกชิ้นเป็นทรัพย์สินที่มีค่า และมีความหมายในความทรงจำสำหรับคุณ คุณคงไม่อยากให้สิ่งของของคุณเกิดความเสียหายในระหว่างทำการย้ายบ้านอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นคุณจึงควรแจ้งรายละเอียดเหล่านี้ให้กับผู้ให้ บริการรถรับจ้าง ให้ทราบเสียก่อน เพื่อลดความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น

● ปริมาณและประเภทสิ่งของโดยรวม

คุณควรจัดหมวดหมู่ของสิ่งของด้วย เช่น หมวดของใช้แตกง่าย หมวดเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ หมวดเสื้อผ้า หรือหมวดสัตว์เลี้ยง เป็นต้น เพื่อให้ทีมงานสามารถวางแผนการขนย้ายได้อย่างเป็นระบบระเบียบ ว่าจะต้องจัดวางสิ่งของแต่ละหมวดยังไง และต้องระมัดระวังเรื่องใดบ้างในการขนย้าย

● ประเภทของรถที่ต้องการใช้บริการ

แจ้งประเภทของรถ เช่น รถยนต์ธรรมดา รถกระบะตู้ทึบ หรือรถหกล้อ เป็นต้น หรือจะปรึกษากับทีมงานให้ช่วยแนะนำรถที่เหมาะสมกับปริมาณสิ่งของของคุณ เพื่อให้คุณสามารถจำกัดงบให้อยู่ในกรอบตามที่คุณคิดเอาไว้ได้

● แจ้งจุดรับ - ส่งของอย่างละเอียด

แจ้งจุดรับ - ส่งของและวันเวลาที่ต้องการขนย้ายของ ให้ละเอียดกับทีมงานด้วย เพื่อให้การขนยายเป็นไปอย่างราบรื่น และตรงเวลา

● แจ้งเบอร์โทรที่ติดต่อได้ และเบอร์โทรสำรอง

เบอร์โทรเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทีมงานสามารถติดต่อคุณได้โดยตรง เอาไว้ถามทาง หรือสอบถามปัญหาเร่งด่วนระหว่างทาง


มีบริการย้ายบ้าน ย้ายหอ หรือย้ายคอนโด ที่สามารถติดตามการขนย้ายได้ไหม?

การย้ายบ้านของแต่ละคนก็คงไม่เหมือนกัน ในกรณีที่คุณไม่ได้นั่งรถไปกับรถขนของด้วย คุณคงจะเป็นห่วงและมีความวิตกกังวลอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็น .. “สิ่งของที่กำลังทำการขนย้าย จะเสียหายหรือไม่” “จะมีสภาพที่ปลอดภัยอยู่หรือเปล่า” หรือ “การขนย้ายนั้นจะเดินทางไปถึงปลายทางตรงเวลาไหม”

ในปัจจุบันทีมงานรถรับจ้างหลาย ๆ ที่ ก็มีบริการที่ตอบโจทย์สังคมดิจิตอลเป็นอย่างมาก คือการทำแอปพลิเคชันขึ้นมา เพื่อให้คุณสามารถติดตามการขนย้ายได้ตั้งแต่ต้นทาง จนถึงปลายทาง หรือแม้แต่ทีมงานที่ไม่มีแอปพลิเคชันก็ตาม คุณก็สามารถติดต่อกับผู้ขนส่งได้ทาง Line Official ที่สามารถโทร ส่งโลเคชั่น ส่งรูปภาพ ให้คุณได้แบบ Real Time
รถรับจ้างขนของที่ใช้กับการขนย้ายหอ ขนย้ายบ้าน ส่วนใหญ่

1. รถกระบะรับจ้าง
2. รถ 4 ล้อใหญ่รับจ้าง
3. รถ 6 ล้อรับจ้าง ขนาด เล็ก-กลาง-ใหญ่

ซึ่งถือไดว่าเป็นรถรับจ้างที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจมากที่วุดและมีความเหมะสมเป็นอย่างมากในการให้บริการ เพราะในบางครั้งการ ขนย้ายบ้าน ปรือ ขนย้ายหอ ขนย้ายคอนโด ซอยถนนที่จะเข้าเป็นทางที่แคบหรือเล็กมาก รถขนของในขนาดดังกล่าวสามารถเข้าไปที่หน้างานได้ และมีขนาดที่พอเหมาะพอดีนั่นเอง
สำหรับท่านใดที่ต้องการอยากจะใช้บริการ รถรับจ้างขนของย้ายบ้าน รถรับจ้างขนของ ย้ายหอ สามารถเรียกใช้บริการกับทีมงานรถขนของได้ง่ายกับขนส่ง ที่นี่มีแต่ความเป็นมืออาชีพและบริการที่ดีและเก่ง สอบถามข้อมูลฟรีๆได้


เป็นยังไงกันบ้างกับข้อมูลเกี่ยวกับบริการ ย้ายบ้าน ย้ายหอ หรือ ย้ายคอนโด จาก รถรับจ้างขนของ ที่มีทั้ง รถ 4 ล้อรับจ้างขนาดใหญ่ หรือ รถกระบะรับจ้างแบบตู้ทึบและคอก และ รถหกล้อรับจ้างขนของ เรามั่นใจเหลือเกินว่าข้อมูลที่นำมาฝากนี้จะเป็นผู้ช่วยให้คุณเตรียมตัวก่อนทำการขนย้ายของได้อย่างดีเยี่ยม และไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ มากวนใจคุณได้เลย

14
วิธีขนย้ายตู้ เตียง หลังใหญ่ที่ยากต่อการขนย้าย รถรับจ้าขนของ รถรับจ้างขอนแก่น

ย้ายบ้านทั้งที แต่ดันเจอของใหญ่พิเศษ! ทำยังไงดี? ย้ายบ้านอาจเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น แต่เมื่อคุณต้องเผชิญหน้ากับการขนย้ายของใหญ่ระดับบิ๊กเบิ้ม อย่าง ตู้เสื้อผ้าหลังโต เตียงไม้สัก หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่อื่น ๆ ความท้าทายก็เพิ่มขึ้นทันที ความกังวลเริ่มมายกยังไงไม่ให้พัง? ต้องถอดชิ้นส่วนไหม? ขนออกจากบ้านยังไงถ้าประตูแคบ? ไม่ต้องห่วงค่ะ เรา รถรับจ้างรวบรวมเทคนิคดีดีที่จะช่วยให้ง่ายสำหรับการขนย้ายของชิ้นใหญ่ที่ยากต่อการขนย้ายให้คุณแบบครบครัน พร้อมรับมือได้อย่างมือโปร! ค่ะ

1. วางแผนล่วงหน้า – ยิ่งละเอียด ยิ่งง่าย

ก่อนจะลงมือยกของหนัก รถรับจ้างขอนแก่น สิ่งสำคัญที่สุดคือ การวางแผน วัดขนาดเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น (ความกว้าง ความยาว ความสูง) วัดประตู ช่องทางเดิน บันได หรือแม้กระทั่งลิฟต์ ถ้าของใหญ่กว่าประตูหรือทางเดิน มีความจำเป็นต้องเตรียมตัวถอดชิ้นส่วน อย่าลืมถ่ายรูปตำแหน่งประกอบชิ้นส่วนไว้ล่วงหน้า เพื่อความง่ายเมื่อต้องประกอบกลับค่ะ

2. อุปกรณ์ช่วยชีวิตที่ห้ามขาด

อุปกรณ์ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ขนย้ายของ แน่นอนว่าหากคุณพยายามยกของหนักโดยไม่มีตัวช่วย อาจพังทั้งของทั้งหลังคุณ สิ่งที่ควรมีเพื่อช่วยให้การขนย้ายง่ายขึ้น รถเข็นแบบแบนหรือมีล้อ สำหรับเคลื่อนย้ายของบนทางราบเรียบ สายรัดยกของ (Lifting Straps) ลดแรงที่ไหล่และหลังป้องกันหลังของคุณได้ ถุงมือกันลื่น เพิ่มการยึดเกาะและป้องกันมือถลอก ผ้าและแผ่นกันกระแทก ป้องกันเฟอร์นิเจอร์เสียหายระหว่างย้ายค่ะ อย่าพยายามยกของหนักโดยไม่มีอุปกรณ์ช่วย เพราะเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บแน่นอน

3. ถอดแยกชิ้นส่วนเท่าที่ทำได้

ตู้ไม้ เตียงนอน หรือโซฟาแบบโมดูลาร์ ส่วนใหญ่แล้วสามารถถอดประกอบได้

    ถอดขาโต๊ะ-เตียงก่อน
    ถอดบานประตูหรือลิ้นชักของตู้
    ถอดโครงเตียงออกจากที่นอน

เก็บสกรู น็อต และอะไหล่เล็ก ๆ ไว้ในถุงซิป พร้อมเขียนป้ายชื่อให้ชัดเจน เพื่อง่ายต่อการประกอบกลับค่ะ

4. ยกของอย่างปลอดภัย – เทคนิคที่ต้องรู้

การยกของผิดท่าอาจทำให้คุณเจ็บหลังไปอีกหลายวัน เพราะฉะนั้น รถรับจ้างขอนแก่น มีเทคนิคการยกของหนักมาฝาก โดยการ ย่อตัวลงใช้ ขา ยก ไม่ใช่ หลัง ยกของใกล้ตัว อย่าหยิบของด้วยแขนเหยียดไกล หากต้องยกพร้อมกันสองคน ควรนับจังหวะให้พร้อมกัน เทคนิค ยกหลังตรง และ เดินก้าวเล็ก ๆ ช่วยลดแรงกระแทกจากการขยับตัว

5. วางแผนเส้นทางการเคลื่อนย้าย

ก่อนยกของ อย่าลืมเคลียร์พื้นที่ ย้ายสิ่งของขวางทางออกก่อน ปูผ้าใบหรือกระดาษลูกฟูกกันพื้นบ้านเป็นรอย ถ้าอยู่บนคอนโดสูง ควรตรวจสอบเวลาอนุญาตให้ขนของ และจองลิฟต์ล่วงหน้า

6. ใช้บริการมืออาชีพ ถ้ารู้สึกไม่ไหว

ถ้าเฟอร์นิเจอร์ของคุณ หนักมาก / ใหญ่พิเศษ / เสี่ยงต่อความเสียหาย การใช้บริการ ทีมขนย้ายมืออาชีพ รถรับจ้างขอนแก่น จะช่วยประหยัดแรงและเวลา แน่นอนว่าพวกเขามีอุปกรณ์ครบ อีกทั้งยังมีประสบการณ์การถอดและประกอบ บางเจ้าจะมีประกันความเสียหาย (ในกรณีของพัง) บางบริษัทรับขนย้ายแบบ แพ็กครบ ขนให้ ประกอบให้เสร็จ สบายใจยิ่งกว่าแน่นอนค่ะ

ใหญ่ไม่ใช่ปัญหา ถ้ามีแผนรับมือ ของชิ้นใหญ่ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถ้าคุณวางแผนให้ดี มีเครื่องมือพร้อม และรู้เทคนิคการยกอย่างถูกวิธี อย่าลืมว่า ปลอดภัยไว้ก่อน ความชำนาญตามมาแน่นอน หากไม่มั่นใจ ให้มือโปรช่วยคุณจะดีที่สุด

หากคุณกำลังมองหารถรับจ้างที่ ไว้ใจได้ ราคายุติธรรม บริการมืออาชีพ เลือกเราแล้วคุณจะไม่ผิดหวัง! รถรับจ้างขอนแก่น ไม่ว่าจะย้ายบ้าน ย้ายหอ ย้ายออฟฟิศ ย้ายร้าน ขนสินค้า ขนเฟอร์นิเจอร์ หรือแม้แต่ของชิ้นใหญ่และหนักอย่าง ตู้ เตียง โซฟา เรามีทีมงานพร้อมประสบการณ์ พร้อมรถหลากหลายขนาด ทั้ง กระบะตู้ทึบ กระบะคอก รถ 6 ล้อรับจ้าง รองรับทุกความต้องการ บริการตรงเวลา ขนของปลอดภัย มีอุปกรณ์แพ็กกันกระแทกครบ พร้อมบริการถอด-ประกอบเฟอร์นิเจอร์ เพียงแค่แจ้งล่วงหน้า พื้นที่บริการครอบคลุม ทั้งขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง พร้อมให้คำปรึกษาฟรีก่อนตัดสินใจ ด้วยราคาที่คุยได้

15
รถรับจ้างราคาถูก รถกระบะรับจ้างสมุทรสาคร ขนย้ายรวดเร็ว ราคาโดนใจ

มองหา รถกระบะรับจ้างสมุทรสาคร อยู่ใช่มั้ย หาง่ายหรือยากไม่สำคัญแต่จะดี บริการดีแค่ไหนต่างหากที่เราต้องคำนึงถึงจังหวัดสมุทรสาคร ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมากมีประชากร ที่มากมายไม่ว่าจะเป็นทั้งแรงงานชาวไทยและแรงงานต่างประเทศที่เข้ามาทำงานในธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารทะเล เนื่องจากว่ามีพื้นที่ติดต่อกับทะเลจึงทำให้จังหวัดสมุทรสาครเป็นแหล่งส่งกุ้งสดและอาหารทะเลที่มากเป็นอันดับต้นต้นของประเทศไทย

จึงทำให้ตลอดเวลาที่ผ่านมา จึงได้มีเกิดการจ้างงานงาน รับจ้างขนของ เป็นจำนวนมากและก็มีผู้ที่สนใจเข้ามาให้ บริการรถรับจ้างขนของสมุทรสาคร ไม่ว่าจะเป็นทั้ง รถกระบะรับจ้างสมุทรสาคร รถ 10 ล้อรับจ้างสมุทรสาคร รถรับจ้างย้ายหอพักสมุทรสาคร รถรับจ้างย้ายบ้านสมุทรสาคร รถหกล้อรับจ้างสมุทรสาคร รถเฮี้ยบรับจ้างสมุทรสาคร และ รถขนของ อื่นๆโทรไปอีกมากมายที่พร้อมให้บริการลูกค้าในทุกๆรูปแบบ ไม่ว่าสินค้านั้นจะเป็นลักษณะไหน แน่นอนว่างานบริการที่เรามอง

ว่าน่าจะคุ้มค่าและดีต่อธุรกิจดีต่อสินค้าของเรานั้นเราต้องมีการพิจารณาตรวจสอบว่าผู้ให้บริการรายนี้คุ้มค่ากับที่เราจะต้องจ่ายเงินให้เขาไปหรือไม่สิ่งหนึ่งที่เราควรที่จะให้ความ ใส่ใจมากพิเศษ นั่นก็คือความไว้เนื้อเชื่อใจและความตั้งใจจริงในการบริการงานรับจ้างขนของและเราก็ต้องการที่จะให้ลูกค้าทุกคนนั้นเกิดมีความรู้สึกว่า เมื่อมาใช้บริการกับ ทีมงานขนส่งแล้วคุณจะได้อะไรจาก การบริการ รถรับจ้าง ในครั้งนี้ เราอยากให้คุณได้มองเห็นถึงความตั้งใจจริงและประสิทธิภาพในการทำงานของเรา

สิ่งที่เรามีและแตกต่างจากลูกค้าโดยทั่วไปนั้นก็คือ

1.การมีตัวตนนั่นหมายถึงการที่ลูกค้าจะเข้ามาใช้บริการรับจ้างควรที่จะหาผู้ให้บริการที่สามารถติดต่อได้ง่ายมีตัวตนมีที่อยู่ที่แน่นอน

2.ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงนั่นหมายถึงหากเกิดกรณีสินค้ามีปัญหาหรือการขนย้ายมีปัญหาจะสามารถติดต่อสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง

3.บริการเป็นกันเองนั่นคือทำให้เรารู้สึกสบายใจเมื่อเข้ามาใช้บริการกับผู้ให้บริการรายนี้

4.ราคาไม่แพงมีความยุติธรรมในการให้ราคาและเสนอราคาค่าบริการกับเรา

5.มีพนักงานยกของและนี่ก็เป็นสิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งเนื่องจากว่าในบางครั้งเราไม่ได้มีพนักงานในการช่วยยกสินค้าจึงทำให้งานขนย้ายเราอาจจะยุ่งยากเราถึงจำเป็นต้องมี ผู้บริการที่พร้อมจะให้บริการด้านพลังงาน ยกสินค้าให้กับเราเพื่องานบริการนั้นสำเร็จและลุล่วงไปด้วยดี นี่เป็นเพียงส่วนเล็กๆย่อยๆ ของการให้บริการ

รถรับจ้างขนของสมุทรสาคร ของเรา

เราสัญญาและตั้งใจว่าจะดูแลสินค้าและงานบริการให้ดีอย่างนี้ตลอดไปขอบคุณทุกท่านที่ให้โอกาสและเข้ามาใช้บริการ รถกระบะรับจ้างสมุทรสาคร ทีมงานขนส่ง  ด้วยดีเสมอมา เราจะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดขอบคุณลูกค้าทุกคนค่ะสนใจติดต่อใช้บริการรถรับจ้างขนของสมุทรสาครได้

หน้า: [1] 2 3 ... 8