ผู้เขียน หัวข้อ: การให้อาหารสายยางกับผู้ป่วยควรระวังผลเสียต่อผู้ป่วยเสมอ  (อ่าน 81 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1436
  • สินค้าโปรโมชั่น โพสขายฟรี
    • ดูรายละเอียด
การให้อาหารสายยางกับผู้ป่วยควรระวังผลเสียต่อผู้ป่วยเสมอ

ถูกต้องที่สุดครับ การให้อาหารทางสายยางไม่ใช่เพียงแค่การส่งผ่านพลังงาน แต่เป็นขั้นตอนทางการแพทย์ที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนสูง เพราะหากมีข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลเสียร้ายแรงต่อผู้ป่วยได้

ผลเสียสำคัญที่ต้องระมัดระวังและเฝ้าสังเกตอย่างเคร่งครัดครับ:


1. ผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจ (อันตรายถึงชีวิต)

ปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia): หากผู้ป่วยนอนราบขณะให้อาหาร หรือให้อาหารเร็วเกินไปจนอาหารไหลย้อนกลับและหลุดเข้าสู่ปอด จะทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรง

วิธีป้องกัน: ต้อง ยกศีรษะสูงอย่างน้อย 30-45 องศา เสมอ และคงท่านั้นไว้หลังให้อาหารเสร็จอย่างน้อย 1 ชั่วโมง


2. ผลเสียต่อระบบทางเดินอาหาร

ท้องเสีย (Diarrhea): มักเกิดจากความไม่สะอาดในขั้นตอนการเตรียม หรือสูตรอาหารมีความเข้มข้นของน้ำตาลสูงเกินไป (Osmotic Diarrhea) ทำให้ลำไส้ดูดซึมไม่ทัน

ท้องอืดและอาหารค้างในกระเพาะ: หากกระเพาะอาหารบีบตัวช้าแต่อัดอาหารมื้อใหม่เข้าไป จะทำให้ผู้ป่วยอึดอัด แน่นท้อง และเสี่ยงต่อการอาเจียนและสำลัก

สายยางอุดตัน: การล้างสายไม่สะอาดทำให้มีคราบอาหารและยาหมักหมม กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค และทำให้สายตันจนต้องเจ็บตัวเปลี่ยนสายใหม่บ่อยครั้ง


3. ผลเสียต่อผิวหนังและสภาพจิตใจ

แผลกดทับและความระคายเคือง: การใส่สายผ่านจมูกนานๆ อาจทำให้เกิดแผลบริเวณรูจมูก หรือหากเป็นสายทางหน้าท้อง น้ำย่อยที่รั่วซึมอาจทำให้ผิวหนังอักเสบแดง

ความเครียดสะสม: การสูญเสียความสามารถในการลิ้มรสและการเคี้ยวอาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกหดหู่ ผู้ดูแลควรพูดคุยและให้กำลังใจสม่ำเสมอครับ

🛡️ ตารางสรุปการป้องกันผลเสีย

ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น        แนวทางป้องกัน

การสำลักลงปอด   ยกศีรษะสูง 30-45 องศา และห้ามนอนราบหลังมื้ออาหาร 1 ชม.
การติดเชื้อ           ล้างมือและลวกอุปกรณ์ด้วยน้ำร้อน อาหารปั่นต้องเก็บในตู้เย็นทันที
สายยางอุดตัน   Flush สายด้วยน้ำต้มสุก 30-50 มล. ทั้งก่อนและหลังให้อาหาร/ยา
ผิวหนังอักเสบ   เช็ดทำความสะอาดรอบรูเปิดหน้าท้องหรือรูจมูกให้แห้งสนิทเสมอ